สตีฟ จอบส์ เคยพูดไว้ชัดเจนว่า Apple
วิจัยมาแล้วว่าขนาดความกว้างของหน้าจอ iPhone
นั้นเหมาะสมที่สุดที่จะใช้มือหยิบจับ
เนื่องจากถ้าตัวเครื่องขนาดกว้างกว่านี้ก็จะใหญ่เกินไปและหยิบจับได้ไม่
สะดวก ฉะนั้นพอตอน iPhone5 สิ่งที่ ทิม คุก ซีอีโอ คนใหม่ของ Apple
พอจะทำได้คือเพิ่มยาวหรือส่วนสูงให้กับ iPhone นั่นเอง
แต่สถานการณ์ตอนนี้ซึ่งลากยาวมาจนถึงiPhone 5Sก็ปรากฎว่าผู้ใช้เริ่มรู้สึกเบื่อๆ กับ Apple ที่ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ให้หวือหวาเหมือนแต่ก่อน โดยเฉพาะในฝั่งผู้ถือหุ้นที่ก็เร่งให้ซีอีโอคนใหม่ของ Apple ทำผลงานมากกว่านี้หน่อย หรือว่านี่คือเวลาแล้วที่ Apple จะกลืนน้ำลายตัวเอง ออกสมาร์ทโฟนหน้าจอที่กว้างกว่าที่เคยทำมา

อันนี้เป็นแค่ภาพคอนเซ็ปต์ที่มีคนดีไซน์ให้ได้เห็นกัน
จริงๆ นั้น iPhone เคยมีการขยายความกว้างหน้าจอมาแล้ว คือขยายเพิ่มจากหน้าจอ 3.5 นิ้ว ใน iPhone4 มาเป็น 4 นิ้ว ใน iPhone 5ซึ่งตรงนี้พอรอดไป เพราะว่าเป็นการขยายความกว้างของหน้าจอแสดงผล แต่ขนาดของตัวเครื่องไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไปปรับปรุงในส่วนงานประกอบและการดีไซน์ตัวเครื่องแทน แต่รอบนี้มีข่าวแว่วๆ มาว่า Apple น่าจะเอาจริงกับการที่จะมี iPhone ที่มีหน้าจอและตัวเครื่องใหญ่ขัดกับที่ สตีฟ จอบส์ ได้เคยลั่นวาจาไว้ และเดินตามรอย Android ที่ สตีฟ จอบส์ แสนจะชิงชัง (หลายคนอาจพอรู้ว่า สตีฟ จอบส์ ไม่ชอบ Android เอามากๆ ถึงกับเคยพูดว่าจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดถล่ม Android ให้จงได้)
เว็บไซต์ Bloomberg เจ้าเก่าซึ่งรายงานข่าวหลุดที่ค่อนข้างจะเชื่อถือได้ เนื่องจาก Bloomberg นั้นไม่ใช่เว็บข่าวไอทีที่ได้ยินอะไรมาก็เอามารายงานต่อ แต่ Bloombergเป็นสำนักข่าวจริงๆ จังๆ เหมือนสำนักข่าวทั่วไปที่ต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวและข้อมูลให้ เรียบร้อยดีก่อนถึงจะนำเสนอออกไป รอบนี้ Bloomberg ได้ข่าวมาจากแหล่งข่าววงในว่า iPhone รุ่นต่อไป จะมีขนาดหน้าจออยู่สองแบบด้วยกัน คือ ขนาด 4.7 นิ้วนิ้ว และขนาด 5.5 นิ้ว (เทียบได้กับ Android รุ่นไหน ต้องไปเทียบเอาเอง)
นอกไปจากขนาดหน้าจอที่ขยายขนาดเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปในหน้าจอใหม่นี้ยังมีการเพิ่มเซ็นเซอร์เข้ามาใหม่ โดยเซ็นเซอร์ที่ว่านี้จะถูกใส่เข้ามาเพื่อใช้วัดน้ำหนักหรือแรงกดในการทัชบน หน้าจอ ซึ่งถ้าเป็นจริงตามข่าวก็จะทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ สามารถสร้างสรรค์การใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นในหมวดเกม
เท่านั้นยังไม่พอ Bloomberg ยังรายงานอีกว่า iPhoneรุ่นใหม่นี้ (ไม่รู้จะใช้ชื่อว่า iPhone 6 หรือเปล่า)จะมีดีไซน์ที่หลุดไปจากสไตล์งานของ Apple โดยปกติ ซึ่งถ้าดูจากความเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมามันก็ดูเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะว่างานดีไซน์ใน iOS 7 นั้นชัดเจนว่าเป็นการดีไซนในสไตล์ Metro ที่ WindowsPhone ได้บุกเบิกไว้
ในข่าวระบุว่าอาจจะมีการดีไซน์ให้กระจกหน้าจอมีการโค้งมน
แทนที่จะตัดตรงเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนอย่างที่เป็นมาตั้งแต่ในiPhone 4
(ตรงนี้แฟนๆ Android อย่าเพิ่งแซวว่าเหมือน Galaxy Round ของ Samsung
นะครับ)

หน้าตาของ Samsung Galaxy Round
สุดท้ายแล้ว Bloomberg บอกว่าจากข่าวที่ได้มา iPhone
รุ่นใหม่ที่จะมีการเปลี่ยนโฉมไปพอสมควรนี้จะวางขายช่วงในปีหน้า
โดยคาดว่าจะวางขายในช่วงครึ่งปีหลัง
ถ้าลองวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากเบาะแสทั้งหมดนี้ก็ต้องบอกว่า “ค่อนข้างเป็นไปได้” เนื่องจากหลังๆ นี้ Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่พอจะพูดได้ว่าเปลี่ยนแนวไปพอสมควร เปลี่นแนวในที่นี้หมายถึงว่าภาพรวมสินค้าของ Apple นั้นยังคงธีมใหญ่ในความเป็น Apple ไว้ แต่ในรายละเอียดรองลงมาถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง
ยกตัวอย่างการออก iPad mini ที่เป็นการออกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในขนาด 7.9 นิ้ว ซึ่งทาง Samsung ได้บุกตลาดจนประสบความสำเร็จ ย้อนไปดูก่อนหน้านั้นหลายคนจะรู้ว่าเป็นไปได้ยากมากที่ Apple จะมีแท็บเล็ตในขนาดดังกล่าว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเป็นเพราะความสำเร็จที่ล้นหลามของ Samsungทำให้ Apple ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดดังกล่าวเพื่อเข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดด้วย
ต่อมาก็คือ iPhone 5C ที่เน้นสีสันสดใสและใช้พลาสติกเป็นวัสดุหลักในการผลิตนั้นก็ต้องบอกว่าฉีก ออกไปจากแนวทางการทำงานที่ผ่านมาของ Apple ค่อนข้างมาก ตรงนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเป็นการปรับตัวของ Apple เพื่อให้มีสินค้าที่หลากหลายขึ้น และเข้าถึงตลาดต่างๆ ได้กว้างขึ้น เพราะเดิมนั้น Apple นั้นเน้นแต่ตลาดระดับบน ขณะที่ Samsung ทำธุรกิจแบบเจาะทุกตลาด ผลคือ Samsung สามารถเทียบชั้นและไล่ตาม Apple ได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี และสิ่งที่ Samsung ทำคือไม่เพียงแค่ไล่ตาม แต่ยังสร้างนวัตกรรมที่เป็นของตัวเองเพื่อที่จะได้นำหน้า Apple ให้ได้
ถ้าเอาเบาะแสที่ได้มาจากทาง Bloomberg นับรวมเข้ากับข่าวก่อนหน้านี้
(ไม่ใช่ช่าวลือ) ที่ว่า Apple เพิงจดสิทธิบัตรที่ทำให้ iPhone
สามารถบิดพลิกกลางอากาศเพื่อเอาส่วนที่เป็นด้านแข็งกระแทกกับพื้นแทนที่จะ
เป็นส่วนหน้าจอได้ เพื่อแก้ปัญหาหน้าจกตกกระแทกพื้นแตก
ฉะนั้นก็พอจะวิเคราะห์คร่าวๆ ได้ว่า iPhone ตัวใหม่ที่จะเห็นในปีหน้านั้นจะมีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น ซึ่งก็เสี่ยงกับการตกแตกมากขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ Apple ได้เตรียมทางแก้ปัญหานี้ไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างนั้นหรือเปล่า?
แต่สถานการณ์ตอนนี้ซึ่งลากยาวมาจนถึงiPhone 5Sก็ปรากฎว่าผู้ใช้เริ่มรู้สึกเบื่อๆ กับ Apple ที่ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ให้หวือหวาเหมือนแต่ก่อน โดยเฉพาะในฝั่งผู้ถือหุ้นที่ก็เร่งให้ซีอีโอคนใหม่ของ Apple ทำผลงานมากกว่านี้หน่อย หรือว่านี่คือเวลาแล้วที่ Apple จะกลืนน้ำลายตัวเอง ออกสมาร์ทโฟนหน้าจอที่กว้างกว่าที่เคยทำมา
อันนี้เป็นแค่ภาพคอนเซ็ปต์ที่มีคนดีไซน์ให้ได้เห็นกัน
จริงๆ นั้น iPhone เคยมีการขยายความกว้างหน้าจอมาแล้ว คือขยายเพิ่มจากหน้าจอ 3.5 นิ้ว ใน iPhone4 มาเป็น 4 นิ้ว ใน iPhone 5ซึ่งตรงนี้พอรอดไป เพราะว่าเป็นการขยายความกว้างของหน้าจอแสดงผล แต่ขนาดของตัวเครื่องไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไปปรับปรุงในส่วนงานประกอบและการดีไซน์ตัวเครื่องแทน แต่รอบนี้มีข่าวแว่วๆ มาว่า Apple น่าจะเอาจริงกับการที่จะมี iPhone ที่มีหน้าจอและตัวเครื่องใหญ่ขัดกับที่ สตีฟ จอบส์ ได้เคยลั่นวาจาไว้ และเดินตามรอย Android ที่ สตีฟ จอบส์ แสนจะชิงชัง (หลายคนอาจพอรู้ว่า สตีฟ จอบส์ ไม่ชอบ Android เอามากๆ ถึงกับเคยพูดว่าจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดถล่ม Android ให้จงได้)
เว็บไซต์ Bloomberg เจ้าเก่าซึ่งรายงานข่าวหลุดที่ค่อนข้างจะเชื่อถือได้ เนื่องจาก Bloomberg นั้นไม่ใช่เว็บข่าวไอทีที่ได้ยินอะไรมาก็เอามารายงานต่อ แต่ Bloombergเป็นสำนักข่าวจริงๆ จังๆ เหมือนสำนักข่าวทั่วไปที่ต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวและข้อมูลให้ เรียบร้อยดีก่อนถึงจะนำเสนอออกไป รอบนี้ Bloomberg ได้ข่าวมาจากแหล่งข่าววงในว่า iPhone รุ่นต่อไป จะมีขนาดหน้าจออยู่สองแบบด้วยกัน คือ ขนาด 4.7 นิ้วนิ้ว และขนาด 5.5 นิ้ว (เทียบได้กับ Android รุ่นไหน ต้องไปเทียบเอาเอง)
นอกไปจากขนาดหน้าจอที่ขยายขนาดเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปในหน้าจอใหม่นี้ยังมีการเพิ่มเซ็นเซอร์เข้ามาใหม่ โดยเซ็นเซอร์ที่ว่านี้จะถูกใส่เข้ามาเพื่อใช้วัดน้ำหนักหรือแรงกดในการทัชบน หน้าจอ ซึ่งถ้าเป็นจริงตามข่าวก็จะทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ สามารถสร้างสรรค์การใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นในหมวดเกม
เท่านั้นยังไม่พอ Bloomberg ยังรายงานอีกว่า iPhoneรุ่นใหม่นี้ (ไม่รู้จะใช้ชื่อว่า iPhone 6 หรือเปล่า)จะมีดีไซน์ที่หลุดไปจากสไตล์งานของ Apple โดยปกติ ซึ่งถ้าดูจากความเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมามันก็ดูเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะว่างานดีไซน์ใน iOS 7 นั้นชัดเจนว่าเป็นการดีไซนในสไตล์ Metro ที่ WindowsPhone ได้บุกเบิกไว้
หน้าตาของ Samsung Galaxy Round
ถ้าลองวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากเบาะแสทั้งหมดนี้ก็ต้องบอกว่า “ค่อนข้างเป็นไปได้” เนื่องจากหลังๆ นี้ Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่พอจะพูดได้ว่าเปลี่ยนแนวไปพอสมควร เปลี่นแนวในที่นี้หมายถึงว่าภาพรวมสินค้าของ Apple นั้นยังคงธีมใหญ่ในความเป็น Apple ไว้ แต่ในรายละเอียดรองลงมาถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง
ยกตัวอย่างการออก iPad mini ที่เป็นการออกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในขนาด 7.9 นิ้ว ซึ่งทาง Samsung ได้บุกตลาดจนประสบความสำเร็จ ย้อนไปดูก่อนหน้านั้นหลายคนจะรู้ว่าเป็นไปได้ยากมากที่ Apple จะมีแท็บเล็ตในขนาดดังกล่าว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเป็นเพราะความสำเร็จที่ล้นหลามของ Samsungทำให้ Apple ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดดังกล่าวเพื่อเข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดด้วย
ต่อมาก็คือ iPhone 5C ที่เน้นสีสันสดใสและใช้พลาสติกเป็นวัสดุหลักในการผลิตนั้นก็ต้องบอกว่าฉีก ออกไปจากแนวทางการทำงานที่ผ่านมาของ Apple ค่อนข้างมาก ตรงนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเป็นการปรับตัวของ Apple เพื่อให้มีสินค้าที่หลากหลายขึ้น และเข้าถึงตลาดต่างๆ ได้กว้างขึ้น เพราะเดิมนั้น Apple นั้นเน้นแต่ตลาดระดับบน ขณะที่ Samsung ทำธุรกิจแบบเจาะทุกตลาด ผลคือ Samsung สามารถเทียบชั้นและไล่ตาม Apple ได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี และสิ่งที่ Samsung ทำคือไม่เพียงแค่ไล่ตาม แต่ยังสร้างนวัตกรรมที่เป็นของตัวเองเพื่อที่จะได้นำหน้า Apple ให้ได้
ฉะนั้นก็พอจะวิเคราะห์คร่าวๆ ได้ว่า iPhone ตัวใหม่ที่จะเห็นในปีหน้านั้นจะมีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น ซึ่งก็เสี่ยงกับการตกแตกมากขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ Apple ได้เตรียมทางแก้ปัญหานี้ไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างนั้นหรือเปล่า?






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น